พระสังกัจจายน์

posted on 20 Mar 2009 13:03 by mongkolcenter
รหัสสินค้า 9671
รหัสสินค้า 9670
ความยาวรวมฐาน 22 ซม. ความสูง 15 ซม
รหัสสินค้า 9654
ขนาดกว้าง 6.5 ซม. สูง 7 ซม.
รหัสสินค้า 9653
ขนาดกว้าง 12 ซม. สูง 17 ซม.
 
รหัสสินค้า 9652
รหัสสินค้า 9804
ขนาดต่อชิ้น กว้าง 6.5 สูง 10 ซม.
รหัส 9620
ขนาดสูง 17 ซม.
 
รหัสสินค้า 9138
ขนาดประมาณ กว้าง 11 ซม. สูง 12 ซม.

ประวัติเทพเจ้ากวนอู

posted on 19 Mar 2009 15:09 by mongkolcenter  in 1
ประวัติเทพเจ้ากวนอู

ประวัติเทพเจ้ากวนอู

กวนอู (Guan Yu, ??, พินอิน:Gu?n Y?) มีชื่อรองว่า หยุนฉาง (ค.ศ. 160 - ค.ศ. 219) น้องร่วมสาบานคนรองของเล่าปี่ และเตียวหุย หน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก จักษุเรียวงามคล้ายนกการเวก คิ้วโก่งดั่งตัวหนอนไหม หนวดเคราสีดำงามยาวละเอียด มีง้าวมังกรเขียวยาว 8 ศอก หนัก 82 ชั่งจีน เป็นอาวุธคู่กาย ร่วมต่อสู้กับเล่าปี่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสู้ด้วยความจงรักภักดี คุณธรรม และความกล้าหาญ ถึงจะพ่ายแพ้ศึก และยอมเป็นข้ารับใช้โจโฉ แต่ใจก็ยังคงภักดีต่อเล่าปี่เพียงผู้เดียว สร้างชื่อเสียงลือไกล ด้วยการสังหาร ฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะ โดยที่สุรายังอุ่น ๆ อยู่ เอาชนะงันเหลียง และบุนทิว 2 แม่ทัพของอ้วนเสี้ยว ฝ่า 5 ด่าน สังหาร 6 แม่ทัพของโจโฉ และยังครองใจผู้คน ไม่ว่าเลียวฮัว และจิวฉอง รวมถึงเตียวเลี้ยวแม่ทัพของโจโฉ และฮองตง ที่แม้เคยเป็นศัตรู แต่ก็ครองใจได้ ขี่ม้าเซ็กเธาว์อาชาชั้นยอดของลิโป้ ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว อยู่ร่วมกับ กวนเป๋งบุตรบุญธรรม กับจิวฉอง ภายหลังถูก แผนกลยุทธ์ของลกซุน และลิบองฆ่าตาย แต่ถึงจะตายไป ก็ยังทำให้ลิบองตายตามไปด้วย หลังจากตายไป ได้ถูกยกย่องว่า เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ชึ่งภาษาจีนกลางเรียก กวนอี่ว์

                                  

กวนอู มีร่างกายกำยำ สูง 6 ศอก หนวดยาว 1 ศอก หน้าแดงก่ำ มีอาวุธคือง้าวมังกรเขียวหนัก 82 ชั่ง แต่เดิมเป็นคนขายถั่วชาวไกเหลียง ไม่มีที่อยู่แน่ชัดเนื่องจากเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ต่อมาพบกับเศรษฐีคนหนึ่งรังแกชาวบ้านจึงฆ่าเศรษฐีคนนั้นตาย ชาวเมืองไกเหลียงจึงยกย่องกวนอู แต่ทางการกลับประกาศจับกวนอู จนกวนอูต้องหลบหนีออกจากเมืองไกเหลียง ระหว่างผ่านด่านนอกเมืองได้ไปล้างหน้า เทพเจ้าได้ดลบันดาลให้หน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง จนนายด่านจำไม่ได้ จึงผ่านออกมาได้ จนได้มาพบเล่าปี่และเตียวหุยที่ตุ้นก้วน ทั้งสามจึงสาบานเป็นพี่น้องกัน ต่อมากวนอูได้ร่วมรบกับเล่าปี่ปราบโจรโพกผ้าเหลืองจนราบคาบ แต่เล่าปี่กลับได้เป็นแค่นายอำเภออันห้อก้วน ส่วนน้องทั้งสองก็ไม่ได้รับตำแหน่งใด ๆ ยังเป็นเพียงคนสนิทของเล่าปี่เหมือนเดิม ต่อมามีเจ้าเมืองชื่อต๊กอิ้วมาตรวจราชการอำเภออันห้อก้วน เล่าปี่ไม่มีสินบนให้จึงถูกต๊กอิ้วเขียนฎีกาถวายฮ้องเต้ว่าเล่าปี่กบฏ เตียวหุยโกรธจัดจึงเฆี่ยนต๊กอิ้ว เล่าปี่เห็นท่าไม่ดีจึงหนีออกมาพร้อมกับน้องทั้งสอง ต่อมาทั้งสามก็ได้ระหกระเหินเร่ร่อน กวนอูนั้นก็สร้างวีรกรรมมากมายทั้งการบุกเดี่ยวหนีออกมาจากโจโฉมาหาเล่าปี่ทั้ง ๆ ที่โจโฉพยายามทำทุกวิถีทางที่จะมัดใจกวนอู แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ฆ่าฮัวหยง งันเหลียง บุนทิวในเพลงเดียว ไว้ชีวิตโจโฉหลังแพ้ศึกเซ็กเพ็กทั้ง ๆ ที่ได้ทำทัณฑ์บนไว้กับขงเบ้งว่าถ้าปล่อยให้โจโฉรอดไปจะต้องถูกประหาร บุกเดี่ยวข้ามฟากไปยังกังตั๋งเพื่อกินเลี้ยงตามแผนของโลซก แต่ผ่ายโลซกไม่อาจทำอะไรได้ เป็นต้น

จนเมื่อเล่าปี่ได้ครองเสฉวน เล่าปี่จึงแต่งตั้งให้กวนอูเป็น 1 ใน ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก และได้ครองเมืองเกงจิ๋ว ต่อมาซุนกวนจับมือกับโจโฉบุกเกงจิ๋ว กวนอูถูกลิบองแม่ทัพแห่งง่อก๊กจับตัวไป กวนอูไม่ยอมสวามิภักดิ์ จึงถูกซุนกวนสั่งประหารพร้อมกับกวนเป๋งบุตรบุณธรรม ต่อมากวนอูจึงถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ มีผู้คนนับถือมากมายจนถึงปัจจุบัน

ภายหลังจากที่กวนอูตายไปแล้ว ซุนกวนได้ส่งศีรษะกวนอูไปให้โจโฉ เพื่อป้ายความผิดไปยังโจโฉ โจโฉเมื่อเปิดหีบดูศีรษะของกวนอูแล้ว พูดอย่างเยาะเย้ยว่า "กวนอู ท่านสบายดีหรือ ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านไม่เคยมาหาข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าจะรั้งตัวท่านไว้ ท่านก็ไม่ยอมอยู่ แต่บัดนี้ท่านตายแล้วกลับมาหาข้าพเจ้า" พลันหัวของกวนอูก็ลืมตาขึ้น โจโฉตกใจมาก ระล่ำระลักว่า กวนอูนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก จึงให้ตั้งศาลบูชาเซ่นสรวงกวนอูที่นอกเมืองลกเอี๋ยง และหลังจากนั้นโจโฉก็มักปวดศีรษะและเห็นภาพหลอนอยู่บ่อย ๆ ก่อนที่จะเสียชีวิตไม่นาน

ซึ่งก่อนหน้านั้น ลิบองผู้ที่สามารถจับตัวกวนอูได้ ในงานเลี้ยงที่ฉลองชัยชนะที่มีต่อกวนอู จู่ ๆ ลิบองก็ลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าซุนกวนด้วยเสียงอันดังที่ผิดแผกออกไปจากเสียงปกติ แล้วจึงล้มลงสิ้นชีวิตทันที ซุนกวนถึงกับกลัวลนลาน ทั้งหมดนี้เชื่อว่า เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ดวงวิญญาณของกวนอู

 

อ้างอิงข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

ตำนานแปดเซียน

posted on 19 Mar 2009 15:09 by mongkolcenter  in 1

ตำนานแปดเซียน

โป๊ยเซียน

เซียนแต่ละองค์ในบรรดา 8 องค์นี้ มีประวัติที่มา และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แตกต่างกันไป ในปัจจุบันทั้งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ยังนิยมนับถือบูชาโป๊ยเซียนอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากเทพเจ้าทั้งสามในกลุ่มฮกลกซิ่วแล้ว


1 ทิก๋วยลี้
2 ฮั่นจงหลี
3 ลือต้งปิง
4 เหอเซียนกู
5 จางกั๋วเหล่า
6 หลันไฉ่เหอ
7 หันเซียงจื่อ
8 เชาก๊กกู๋ 
                                    


ทิก๋วยลี้
ทิก๋วยลี้ เดิมแซ่ หลี่ ชื่อ เหียน เกิดยุคชุนชิว เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ สติปัญญาเฉลียวฉลาด หน้าตาดี ไม่ชอบทำมาหากินหรือมีครอบครัวเหมือนชาวบ้าน ชอบทางบำเพ็ญตบะถือศีลกินเจ เห็นว่า อำนาจวาสนา ลาภยศสรรเสริญ สมบัติพัสถาน ล้วนเป็นภาพมายา ดุจเมฆหมอกลอยกลางอากาศ ไม่นานก็จางหายไป เมื่อหลี่เหียนพิจารณาเห็นสัจธรรมเช่นนี้ จึงตัดสินใจสละทางโลก อำลาญาติมิตรไปบำเพ็ญพรตอยู่ในถ้ำ จนสามารถถอดกายทิพย์และจิตวิญญาณออกจากร่าง

วันหนึ่งมีนัดต้องไปเข้าเฝ้า ลีเลากุน ผู้เป็นอาจารย์ที่เขาหัวซัน จึงฝากลูกศิษย์ให้ดูแลร่าง จะไปแต่กายทิพย์ ส่วนร่างทิ้งไว้ที่นี่ ถ้าเกิน 7 วันเรายังไม่กลับ ให้เผาร่างได้เลย เมื่อท่านถอดจิตไปแล้ว มารดาผู้เป็นศิษย์ป่วยหนัก คนทางบ้านมาส่งข่าวให้รีบกลับ ศิษย์ไม่อาจทนอยู่เฝ้าร่างได้ จึงนำร่างไปเผาในวันที่ 6 ท่านกลับมาในวันที่ 7 ไม่พบลูกศิษย์ ไม่เห็นร่างของตน ก็เข้าใจ แต่ไม่เคืองไม่แยแสกระไร ไปเข้าร่างขอทานขาพิการที่เพิ่งเสียชีวิต ร่างใหม่ของท่านจึงขาพิการข้างหนึ่ง ดังในรูปทุกวันนี้ เวลาเดินใช้ไม้เท้าเหล็กค้ำ คนจึงเรียกว่า ทิก๋วยลี้


 ฮั่นจงหลี
ฮั่นจงหลี เดิมแซ่ จงหลี ชื่อ ฉวน มีชีวิตในสมัยฮั่น เลยเรียกกันว่า ฮั่นจงหลี เป็นบุตรของแม่ทัพ จงหลีจาง วันที่เกิด มีแสงสว่างจ้าไปทั้งจวนแม่ทัพ ผู้คนตกใจคิดว่าไฟไหม้วิ่งไปยังจวนจะดับไฟ พอไปถึงไม่เห็นมีอะไร มีแต่ฮูหยิน ภรรยาแม่ทัพคลอดบุตรเป็นชาย มีลักษณะดีผิดแผกเด็กทั่วไป เมื่อโตขึ้นได้ไต่เต้าเป็นแม่ทัพ คราวหนึ่ง นำทัพไปปราบกบฏคนฮวน เกิดพ่ายศึกยับเยิน ตัวเขาหนีรอดคนเดียวเข้าไปในหุบเขา ได้พบกับนักพรตชรา ว่ากันว่าคือ ทิก้วยลี ได้รับถ่ายทอดเคล็ดบำเพ็ญธรรมต่อมาได้บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นเซียน


 ลือต้งปิง
ลื่อต้งปิง หรีอ ลื่อโจ้ว เกิดวันที่ 14 เดือนสี่ สมัยราชวงศ์ถัง เป็นคนเฉลียวฉลาดแต่เด็ก เคยไปสอบจิ้นซื่อสองครั้ง แต่ตก อายุ 64 ท่องเที่ยวพเนจรทั่ว ระหว่างพักโรงเตี๊ยมเมือง หันเอ้อ ได้พบกับอาจารย์ ฮั่นจงหลี ทั้งสองสนทนาเรื่องธรรมะถูกอัธยาศัย ลื่อต้งปิงถอนใจว่า ชีวิตช่างอาภัพ สอบจิ้นซื่อไม่ได้สักครั้ง ฮั่นจงหลีเอาหมอนในย่ามยื่นให้ พร้อมกล่าว เจ้าจงหนุนหมอนใบนี้ ทำให้ทุกอย่างสมหวัง จึงหนุนหมอนหลับไม่รู้ตัว ขณะนั้นเจ้าของโรงเตี๊ยมกำลังนึ่งข้าวเกาเหลียงอยู่ ลื่อต้งปิงได้ฝันเห็นอนาคตว่า ชั่วครู่เดียวชีวิตขึ้นๆลงๆ เปลี่ยนแปลงมากมาย ตั้งแต่สอบได้จิ้นซื่อ เป็นนายอำเภอเมืองลั่วหยังได้เลื่อนตำแหน่งหลายครั้ง กระทั่งเป็นแม่ทัพรบชนะข้าศึก มีอำนาจวาสนา มั่งมีศรีสุข 50 ปี เป็นอัครมหาเสนาบดี 10 ปี ต่อมาถูกปลดออกจากตำแหน่ง ชีวิตตกระกำลำบาก ตื่นขึ้น ฮั่นจงหลีกล่าวว่า เกาเหลียงยังไม่สุก ฝันจบชั่วชีวิต ลื่อต้งปิงแปลกใจ อาจารย์รู้ความฝัน ฮั่นจงหลีว่า ชีวิตงคนก็เป็นเช่นนี้แหละ ลื่อต้งปิงจึงปลงตก ละกิเลส ขอปวารณาเป็นศิษย์ ฮั่นจงหลีได้นำลื่อต้งปิงไปบำเพ็ญเพียรที่เขานกกระเรียนและถ่ายทอดเคล็ดลับ จนสำเร็จเป็นเซียน


เหอเซียนกู
เหอเซียนโกว เดิมชื่อ ฮ่อค้วง เป็นนางฟ้าหนึ่งเดียวในคณะแปดเซียน เกิดในสมัยราชวงศ์ถัง เป็นชาวเมืองกวงโจว เป็นคนใจบุญและฉลาด วันหนึ่ง ได้พบกับเซียน ลื่อต้งปิง เซียนเห็นวาวส่งผลท้อให้ เมื่อกินผลท้อนั้นแล้วก็ไม่รู้สึกหิวอีก และยังสามารถทำนายทายทักโชคชะตาของคนอื่น คืนวันหนึ่ง เทพยดาได้มาเข้าฝัน บอกให้เธอกินแป้งฮุนบ้อ ทำให้ตัวเบาและไม่ตายเมื่อเธอตื่นขึ้น ลองทำตามในฝัน หลังจากกินแป้งฮุนบ้อแล้ว ปรากฏว่าตัวเบาเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าปกติ หลังจากนั้น มักขึ้นเขาลงเขาอยู่เสมอ ขากลับยังนำผลไม้ต่างๆ มาฝากมารดาเป็นประจำ

ต่อมา ข่าวลอยไปถึงในวัง พระนางบูเช็กเทียน ได้ส่งคนไปเชิญมาเข้าเฝ้า ระหว่างทาง ปรากฏว่า หายตัวไป คณะเชิญค้นหาเท่าใดก็ไม่พบ ปรากฏภายหลังว่า มีคนเห็นนางขี่เมฆลอยอยู่บนฟ้า จึงรู้ว่าได้สำเร็จเป็นเซียนไปแล้ว


จางกั๋วเหล่า
ตำนานหนึ่งว่า จางกั๋วเหล่า เป็นคนสมัยถัง เป็นนักพรตจำศีลภาวนาที่ จงเถียวซัน ไปไหนมาไหนมักจะขี่ลาเผือกกลับหัว โดยหันหน้าไปทางหางลา เป็นปริศนาธรรม ลานี้เป็นลาวิเศษ ไม่ใช้ถเก็บพับใส่ในกระเป๋าดั่งกระดาษ เวลาขี่เอาน้ำพ่น กลายเป็นลาดังเดิม อีกตำนานหนึ่งก็ว่า ในสมัยดึกดำบรรพ์มีพญาค้างคาวเผือกตัวหนึ่ง ได้จำศีลบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำจนสำเร็จเป็นเซียน ได้กลายร่างเป็นชายชราผิวพรรณผ่องใสแข็งแรงคือ จางกั๋วเหล่า นั่นเอง


หลันไฉ่เหอ
หลันไฉ่เหอ เป็นคนสมัยฮั่น ชอบใส่เสื้อผ้าขาด ใส่รองเท้าข้างเดียว ถือกรับไม้ยาวฟุตเศษ เที่ยวเดินร้องเพลงขอทานเรื่อยไป เพลงที่ร้องมีเนื้อเพลงเป็นคติเตือนใจคน เมื่อได้เงินก็เอามาร้อยเป็นพวงแล้ววิ่งลากไปตามถนน เชือกขาดเงินหลุดหล่นหายไปก็ไม่สนใจ มีเงินเหลือกินก็นำไปแจกจ่ายแก่คนยากจน หน้าร้อนใส่เสื้อหนา หน้าหนาวหิมะตกกลับใส่เสื้อตัวเดียวนอนบนหิมะ ต่อมา ทิก๋วยลี้ และ ฮั่นจงหลี ได้มาชวนไปบำเพียรเพียร จนสำเร็จเป็นเซียน


หันเซียงจื่อ
หันเซียงจื่อ สมญานาม ชิงฟู เกิดในสมัยถัง วันที่ 10 เดือนสิบ พ.ศ. 1320 กำพร้าพ่อแม่แต่เด็ก อยู่กับ หันยู่ ผู้เป็นอา ซึ่งเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ นิสัยรักสันโดษชอบปลีกวิเวก วันหนึ่ง ท่าน ลื่อโจ้ว ได้มาโปรดจนบำเพ็ญสำเร็จเป็นเซียน หันเซียงจื่อ ยังกตัญญู โปรด หันยู่ ให้ละทิ้งตำแหน่งขุนนางมาบำเพ็ญธรรม ใช้เวลาถึง 9 ปี จึงโปรดสำเร็จ


 เชาก๊กกู๋
เชาก๊กกู๋ เดิมชื่อ เชาจิ่งซิว เป็นน้องชายของพระราชินี เชาฮองเฮา แห่งราชวงศ์ซ่ง เชาก๊กกู๋เป็นคนเที่ยงตรง มีเมตตา รักสงบ ไม่ชอบโก้หรู เนื่องจากละอายที่ เชายี น้องชายถืออำนาจพี่สาว เที่ยวก่อกรรมทำชั่ว จนถูกท่านเปาตัดสินประหารชีวิต จึงตัดสินใจขึ้นเขาบำเพ็ญเพียร ต่อมาเขาได้พบกับ ฮั่นจงหลี และ ลื่อต้งปิง ลื่อต้งปิง ถามว่า ได้ข่าวว่าท่านบำเพ็ญธรรม ธรรมที่ท่านบำเพ็ญอยู่ที่ใด เชาก๊กกู๋ ชี้นิ้วขึ้นฟ้า ลื่อต้งปิง ถามอีกว่า ฟ้าอยู่ที่ใด เชาก๊กกู๋ ก็ชี้ที่หัวใจ ฮั่นจงหลีหัวเราะแล้วพูดว่า ใจก็คือฟ้า ฟ้าก็คือใจ บัดนี้ท่านค้นพบตัวเองแล้ว จากนั้นเซียนทั้งสองจึงถ่ายทอด มรรควิธีแก่ เชาก๊กกู๋ จนบำเพ็ญสำเร็จเป็นเซียนในที่สุด


อ้างอิง
thai.mindcyber.com
ดึงข้อมูลจาก "http://th.wikipedia.org

หมอดูกระดองเต่า  รายการ VIP ออกอากาศช่อง 9 วันจันทร์ที่ 26 ม.ค.52

ปีชวด   พัฒนาการที่ดี เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งไหนหนักใจ ปีนี้ก็จะโล่งใจ การทำมาค้าขายที่ว่าหนักก็จะขึ้นทุกสิ่งทุกอย่าง

ปีฉลู    ช่วงนี้จะมีเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจ เรื่องในบ้านวุ่นวาย เรื่องครอบครัว เรื่องแฟน อย่างเช่น ปี 2480,2492,2528,2540 ไม่ดี  
          ส่วน ปี 2504 และ 2516 ต้องบอกว่าดีมาก ด้วยการงานใหม่จะพัฒนาขึ้น ฟ้าจะเริ่มสดใส แต่ 2504 และ 2516 ต้องระวังเรื่องปากหมาอย่างเดียว
          จะมีเรื่องเพราะปาก

ปีขาล   กำลังเริ่มต้นด้วยดี การทำงานโปรเจคใหญ่ ๆ  การกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารเพื่อทำโปรเจคใหญ่ ๆ จะเริ่มพัฒนาในทางที่ดีขึ้น สุขภาพเครียด อย่าสูบบุหรี่เยอะ
          ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม สุขภาพปอด ลำไส้ และกระเพาะจะไม่ดีด้วย

ปีเถาะ  จะต้องระวังระบบของการขับถ่าย จะท้องเสีย แต่ด้านการงานจะดีขึ้นมาเป็น 3 เท่า ปลายปีจะยิ่งดีหนักเลย อะไรที่กอบโกยได้ให้รีบกอบโกยเลย

ปีมะโรง  เหนื่อยมานานแสนนาน ปีนี้เริ่มขยับดีขึ้นหลังจากตรุษจีน การงานจะเริ่มพัฒนาการขึ้น ดีขึ้น จะเริ่มสบายตัวขึ้นหลายสิ่งหลายอย่าง อาจจะต้องเดินทาง
           ไปต่างประเทศ เพื่อติดต่องาน Import & Export การเงินปีนี้ให้ระวังเรื่องเครียดเกี่ยวกับการเงิน ช่วงนี้จะเข้ายุคท้ายแล้ว ดาวกำลังจะยกแล้วหลังจาก
            ตรุษจีน และจะผ่านไปได้ด้วยดี

ปีมะเส็ง  ระวังอุบัติเหตุ ขับรถขับลาให้ระวัง จะทำสัญญาเอกสารต่าง ๆ ระวังโดนโกง อาจจะหนักถึงขนาดเลือดตกยางออกเลยทีเดียว

ปีมะเมีย  ดีปลายปี ต้นปีไม่ดี ระวังการงานจะถูกใส่ร้าย จะเครียดมากเรื่องการงาน ติดต่องานจะพลาดแล้ว ช่วงหลังถึงจะมาดี แต่จะรอด

ปีมะแม  ไม่ค่อยจะสู้ดี จะมีการเจ็บไข้ได้ป่วย  ระบบสมอง  อาจจะมีเส้นเลือดฝอยโลหิตแตกในสมอง ให้ระวังเรื่องเครียด ให้ระวังเรื่องระบบของร่างกาย
            อย่าทำร้ายตัวเอง อาจจะอกหัก หรือมีดบาดมีด บาดแขน ใหระวัง ให้ปล่อยวาง

ปีวอก    ปีนี้ดีมาก สมัครงานก็ได้งาน ตกงานก็ได้งาน คนที่ไม่ได้เงินก็จะได้ คนที่ไม่เคยมีแฟนก็จะเจอแฟน

ปีระกา  ไม่ค่อยดี แต่ไม่รุนแรงเท่าปีมะเส็ง ปีฉลู  ปีนี้จะชงแค่ 40% อาจจะเจ็บไข้ได้ป่วย  การเดินทางให้ระวังเล็กน้อย การงานจะดีขึ้น

ปีจอ     ระวังการใช้เงิน จะใช้เงินเยอะมาก ปีนี้จะดีแค่ 50-50 คนอื่นจะเข้ามาขอใช้เงินกันวุ่นวาย ทั้งญาติพี่น้อง แต่ปลายปีให้ระวังจะมีผู้หญิงเข้ามาวุ่นวายหนัก
          ประมาณรักสามเส้า เลยเชียว

ปีกุน     อะไรที่วุ่นวายที่ผ่านมาจะดีขึ้นแล้ว  ตั้งแต่ มีนาคม เป็นต้นไปถึงจะดีขึ้น คนที่ว่างงานก็จะมีงานทำ เพื่อนฝูงจะเริ่มให้ความช่วยเหลือ จะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ


ปีที่ดีที่สุด   1.ปีมะโรง   2.ปีเถาะ    3.ปีชวด    4.ปีวอก

ปีที่ไม่ดี     1.ปีมะแม    2.ปีมะเส็ง  3.ปีฉลู     4.ปีระกา

 

วิธีแก้ปีชง   ให้บูชา เทพไท้เสียงเหล่ากุง (ปรมาจารย์เต๋าเต็กเก็ง) ใช้แป๊ะฉ่าย (ผักกาดขาว) ที่เป็นหยกเม็ดเล็ก ๆ  ยิ่งเป็นหยกจะยิ่งศักด์สิทธ์มาก โดยการ
                พกติดตัวหรือห้อยกับโทรศัพท์มือถือก็ได้

                คำว่า แป๊ะฉ่าย นั้น  แป๊ะ แปลว่า ขาว  ฉ่าย แปลว่า ร่ำรวย แปลรวมกันในภาษาจีนกลางแปลว่า ร้อยเรื่องร้อยอย่างจะร่ำรวย

วิธีทำ        วิธีจะทำให้ศักด์สิทธ์โดยการให้นำ แป๊ะฉ่าย ที่เรามี ไปศาลเจ้า แล้ววนขวา 3 รอบ รอบของธูปที่ปักไว้ในกระถางธูป ในศาลเจ้านั้น ๆ โดยอฐิษฐานว่า

               "ปอห่อ ปอห่อ เพ่งอัง เพ่งอัง" 

พระโพธิสัตว์กวนอิม

posted on 19 Mar 2009 15:04 by mongkolcenter  in 1

พระโพธิสัตว์กวนอิม

เจ้าเเม่กวนอิมเป็นพระโพธิสัตว์ที่มีคนนับถือกันมาก ช่วยให้คนพ้นทุกข์ ขอให้มีจิตใจเคารพบูชาอย่างซื่อตรง พร้อมท่องชื่อท่าน

จะได้รับการคุ้มครองให้เป็นสุข หากต้องการขอบุตร ให้บูชากวนอิมส่งบุตร อยากหายไข้ บูชากวนอิมกิ่งหยก

ข้อควรระวังในการบูชา

1.ควรตั้งรูปปั้นหันไปทางทิศตะวันออก จะเพิ่มอานุภาพให้บ้านเรือนสงบสุข
2.เว้นเเตว่าที่บ้านกินเจ มิฉะนั้นห้ามตั้ง รูปปั้นท่านหันทางโต๊ะกินข้าว
3.รูปปั้นไม่ควรเอาหลังพิงห้องน้ำหรือหันเข้าห้องน้ำ
4.อย่าตั้งรูปปั้นหันหน้าเข้าประตูห้อง หลีกเลี่ยงคุณไสย 

พระยูไล

ศาสนิกชนในญี่ปุ่นหรือไต้หวัน ส่วนใหญ่จะนับถือพระโพธิสัตว์มากที่สุด รองลงมาคือ อมิตพุทธ เเละไม่น้อยที่นับถือพระยูไล

การบูชา

ท่องชื่อท่านไปด้วยจะดีมาก การบูชาท่านจะช่วยให้ทุกสิ่งสมปราถนา ส่วนข้อห้ามในสักการะนั้นเหมือนพระเเม่กวนอิม


พระโพธิสัตว์ตี้ฉาง

พระโพธิสัตว์ตี้ฉาง ยังคงผูกพันกับโลกเช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์องค์อื่นๆ มีความปราถนาสูงสุด ที่จะทำให้มนุษย์หลุดจาก

วัฏจักรสงสาร ตราบใดที่มนุษย์ไม่ยอมหลุดพ้น ท่านไม่ยอมบวชเป็นพระยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่

โดยทั่วไป ห่กเจ็บไข้ได้ป่วย กิจการไม่เจริญ สามารถอธิษฐานให้ดีขึ้นก่อนได้ การท่องบทสวด เชื่อว่าจะทำให้คนท่องไม่ตกนรก

ไปเกิดบนสวรรค์ เสวยสุข รวมทั้งปลอดภัยจาก ภูตผี อายุยืน

การบูชา

ท่านด้วยดอกไม้เเละผลไม้ก็พอ หรือนำเสื้อผ้าผู้ป่วย ของรักผู้ป่วย วางไว้ข้างหน้ารูปปั้นท่านอธิษฐานเเล้วได้ผลดี เเต่ห้ามไหว้เนื้อสัตว์


เง็กเซียนฮ่องเต้

ตามปรัชญาของลัทธิเต๋า ได้เเบ่ง สวรรค์ โลกมนุษย์เเละยมโลกไว้ ชัดเจน บนสวรรค์เเบ่งเป็น 3 ชั้นชั้นละ 30000เมตร

-สวรรค์ตะวันออก มีเทพซานกวานเป็นผู้ดูเเล เกี่ยวกับเรื่อง ความสุข อายุยืน ภัยพิบัติ สะเดาะเคราะห์ ไถ่บาป

-สวรรค์ด้านใต้ มีเทพเหวินเหิงเฉิง ดูเเลเกี่ยวกับหน้าที่เทพ การเลื่อนชั้นพิจารณาความผิดเทพ

-สวรรค์ตะวันตก เป็นที่ประทับของพระศรีศากยมุณี

-สวรรค์ด้านเหนือ มีเทพชื่อเวยเป็นผู้ดูเเล เกี่ยวกับเรื่องความม่งมีศรีสุข ภัยพิบัติโชคลาภ

เง็กเซียนฮ่องเต้ ดูเเลเทพที่ปกครองสวรรค์ทั่วทุกทิศ สถิตอยู่ตรงกลางปกครอง 316 ชั้นฟ้า 3000โลกเเละบาดาลอีก 72 เเห่ง รวมทั้งหมด 4ส่วน

ข้อสำคัญในการบูชา

เนื่องจากเง็กเซียนฮ่องเต้เป็นผู้ดูเเลเรื่องใหญ่ๆ หากขอพรคงไม่สัมฤทธิ์ผล ควรขอพร เทพที่อยู่ใกล้มนุษย์จะดีกว่า

  

เล่าจื่อ

ท่านเล่าจื่อคือเจ้าลัทธิเต๋าชื่อ หลี่เอ่อ เรียกอีกชื่อว่า เล่าจื่อ เล่ากันว่า ท่านเกิดมาก็มีผมขาวหมดทั้งศีรษะ จึงเรียกเล่าจื่อ

(บุตรผู้เฒ่า ) บนศีรษะมีรัศมีจันทราสูงประมาณ 1 ฟุต 2 นิ้ว มีฟัน 48 ซี่ ใบหน้าสีทอง วิชาเทพเเละเซียน ตานฉือ เทพเเละภูตผีล้วนเป็น (ม่ายรู้อารายข้อมูลมังหายไปอะขอรับ - -) ของเล่าจื่อ

ข้อสำคัญในการบูชา

1.ผู้นับถือเต๋าล้วนเเต่บูชาท่านเล่าจื่อจะทำให้ทุกอย่างราบรื่น
2.ลัทธิเต๋าเน้นความบริสุทธ์ว่างเปล่าควรบูชา อาหารเจ

 

กวนอู

เทพกวนอู เป็นเทพที่ชาวฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ ให้ความนับถือกันมาก ท่านเป็นเทพที่มีความซื่อสัตย์เเละเชื่อกันว่าสามารถขจัด ภูตผีปีศาจได้ ตามร้านค้า บ้านเรือนล้วนเเต่นับถือถือเทพเจ้าองค์นี้ คนพาลถอยห่าง เเละทรัพสมบัติเจริญรุ่งเรือง

ข้อสำคัญในการบูชา

1.ควรหันหน้าท่านหาประตูใหญ่
2.อย่าหันหน้าท่านไปทางทิศตะวันออก
3.ที่ฐานบูชา ควรมีโคมไฟสว่างตลอดเเละถ้าเป็นสีเเดงจะเพิ่มพลังมั่งมีศรีสุข
4.ใช้ผลไม้บูชาดีกว่าเนื้อสัตว์ 5. ไม่ควรตั้งท่านไว้ในที่สกปรก 6.หันหน้าท่านเข้าหาโต๊ะกินข้าวก็ได้

 

ไทเฮาสวรรค์

สมัยก่อนชาวประมงออกทะเลจับปลามักจะนับถือไทเฮาสวรรค์ ท่านจะคุ้มครองให้เดินเรือปลอดภัยท่านมีชื่ออีกชื่อที่คนรู้จักคือ เจ้าเเม่ทับทิม

ข้อสำคัญในการบูชา

1.หากในบ้านมองเห็นทะเลให้ตั้งไทเฮาสวรรค์หันหน้าทะเล
2.ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้ทะเล ให้ตั้งรูปปั้นไปทางทิศเหนือ

 

ฮก ลก ซิ่ว

เเบ่งเป็นเทพฮก ถือทารกในมือเเสดงถึงลูกหลานเต็มบ้าน ท่าทีอ่อนโยน เทพฮกสีสันเเวววาว เทพซิ่ว มือถือผลท้อเซียน ใบหน้าเหี่ยวย่นเเสดงถึงอายุยืน สุขภาพเเข็งเเรง ปราศจากภัยพิบัติ เทพลกจะคาดเข็มขัดสีหยก มือถือหยกปราถนา อำนวยยศศักดิ์เเละทรัพย์สินเงินทองให้มนุษย์ ส่วนอีก 2 องค์ ดูเเลอายุเเละความผาสุก

ข้อสำคัญในการบูชา

1.ควรบูชาทั้ง 3 องค์ ไม่ควรเจาะจงบูชาองค์ใดองค์หนึ่ง
2.หันหน้ารูปปั้นเข้าสู่ตัวบ้าน
3.ควรบูชาขนมหวานเเละเหล้าหวาน

 

เเปดเซียน

เเปดเซียนที่ชาวจีนชนบทนับถือคือ ฮั่นถงหลี ฉางกั่วจิ้ว หลี่ถงปิน หันเซี่ยงจื่อ หลานไฉ่เหอ เหอเซียนกู่ จางกั๋วเหลา เเละเถี่ยกว๋ายหลี่เเต่ละเซียนมีความชำนาญ เเต่ละด้าน หากบูชาร่วมกันจะเข็มเเข็ง

ข้อสำคัญในการบูชา

1.การบูชาไม่มีข้อห้ามมากนัก เเต่ถ้านับถือพระโพธิสัตว์ด้วย ให้ถือพระโพธิสัตว์ เป็นหลัก เเปดเซียนขนาบซ้ายขวา
2.อย่าบูชาหลีจู่หรือเซียนเถี่ยกว๋ายเลี่ด้วยกัน นอกนั้นบูชาคู่ไหนก็ได้
3.ใช้ผักผลไม้บูชา

 

นาจา

รัชทายาทองค์ที่ 3 นาจา เป็นโอรสองค์ที่3 ของเทพทัวต่าหลี่จิ้ง มีพี่ชายคือ กิมจา มู่จาเเต่นาจาไม่ถูกกับพระบิดา จึงตัดขาด อาจารย์ของนาจาคือ เทพไท่อี่ในลัทธิเต๋าเป็นองครักษ์เง็กเซียนฮ่องเต้

ข้อสำคัญในการบูชา

1.หากตั้งพระโพธิสัตว์ ให้ตั้งพระโพธิสัตว์ไว้ตรงกลาง เเละนาจาไว้ซ้ายขวา
2.บูชานาจาเเล้ว ห้ามบูชาเทพทัวต่า เพราะพ่อลูกไม่ถูกกันเเละห้ามบูชาเทพมังกร เพราะเป็นอริกัน

 

หงอคง

เเม้ว่าหงอคงจะมีการบันทึกในเรื่องไซอิ๋ว เเตพระไตรปิฎกกลับไม่กล่าวถึง หงอคงเกิดมาในลัทธิเต๋าหลายหน มีอิทธิฤทธิ์มากมายเเละเเปลงกายได้ 72 ท่า บูชาท่านเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี

ข้อสำคัญในการบูชา

1.ต่อหน้าห้ามเอ่ยคำว่า หม่าหลิว (ม้าสีเพลิง) เรียกท่านว่า นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หรือเเห่งปราชญ์
2.บูชารูปปั้นหงอคง ห้ามวางรูปปั้นพระถังซัมจั๋งในบ้าน เพราะอิทธิฤทธิ์หงอคงมีจำกัด
3.หงอคง หงไห่เอ๋อเเละนาจา ภูตกระบือเข้ากันไม่ได้
4.ใช้ผลไม้บูชาโดยเฉพาะกล้วย ห้ามใช้เนื้อสัตว์
5.คนที่เกิดปีขาลไม่ควรบูชา หงอคง เพราะใน12นักษัตร ปีวอกไม่ถูกกับปีขาล

 

ข้อมูลจาก www. thaisamkok.com

ปรับชะตาเสริมความเฮง รับศักราชใหม่ปีฉลูไฟ
 
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณผู้อ่าน เผลอแป๊บเดียว ก็ผ่านปีชวด ก้าวสู่ปีฉลูซะแล้ว ปีนี้เป็นปีฉลู ธาตุไฟ โลกจะร้อนหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทำกิจการงานใดก็ต้องเหนื่อยหนักสาหัสสากรรจ์ เพราะเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วโลก อาจเกิดภัยธรรมชาติ สร้างความเสียหายไปทุกหย่อมหญ้า

เห็นคำทำนายปีฉลูไฟแล้ว คงรอให้ถึงช่วงตรุษจีนไม่ไหว ต้องรีบเปิดคัมภีร์ซินแส ปรับชะตาเสริมดวง สำหรับปีวัวกระทิงดุ ให้ได้อ่านเร็วกว่าทุกปี เพราะอยากให้ทุกคนได้ตั้งรับอย่างมีสติ แม้จะไร้สตางค์ คนไหนเฮง ก็เร่งลุยไปข้างหน้า ส่วนพวกดวงตก อยู่ในช่วงขาลง นิ่งๆไว้อย่ากระโตกกระตาก จะได้ไม่เจ็บตัว

ชวด

ชะตาชีวิต : ปีก่อนได้ล่วงเกินเทพเจ้าประจำปี ไท้ส่วยเอี้ย ทำให้สุขภาพเสื่อมถอย มาถึงปีนี้ ปีฉลูเป็นคู่มิตรกับคนปีชวด ทุกอย่างจะกลับกลายจากร้ายเป็นดี ยิ่งถ้ามีงานมงคลในบ้าน ยิ่งเสริมดวงให้ดีขึ้น เป็นปีที่มนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ จะมีผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน ระวังก็แต่เรื่องเงินทอง อย่าหลงคารมคนง่ายๆ ปีนี้ยังมีอิทธิพลของดาวเจ็บป่วย ถ้าย่างเข้าสู่วัยกลางคน ควรไปตรวจสุขภาพตั้งแต่ ต้นปี ส่วนเรื่องความรัก คนโสดจะพบคนถูกใจ

ไหว้เจ้า : ควรไหว้เทพเจ้าเฮี่ยงเทียนเซี่ยงตี่ ที่ศาลเจ้าพ่อเสือ ย่านเสาชิงช้า ขอให้ตั่วเล่าเอี้ย คุ้มครอง และจัดเนื้อหมูไหว้เจ้าพ่อเสือด้วย

ของมงคล : จัดตั้งรูปกวาง หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยปัดเป่าให้พ้นจากโรคภัย

เลขนำโชค : 6 และ 9.

ฉลู

ชะตาชีวิต : ปีนี้เป็นปีนักษัตรตัวเอง ถือว่าล่วงเกินเทพเจ้าประจำปี ยังโชคดีที่มีดาวมงคลส่องชีวิต ดวงดาวบ่งบอกถึงการเลื่อนขั้นตำแหน่งสูงขึ้น การงานอยู่ในเกณฑ์ดี เป็นปีที่มีไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพียงแต่ควรระวังอุบัติเหตุจากของมีคม, การทะเลาะเบาะแว้ง และสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ในครอบครัว

ไหว้เจ้า : ควรฝากชะตากับวัดเล่งเน่ยยี่ และทำบุญสะเดาะเคราะห์กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ของมงคล : จัดตั้งรูปหมู หันหาทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศมงคลของปีนี้ จะช่วยให้อ้วนท้วน มีเงินเหลือเก็บบ้าง

เลขนำโชค : 4 และ 3.

ขาล

ชะตาชีวิต : ผู้ชายปีขาลจะโชคดีกว่าผู้หญิง ยิ่งถ้าได้เดินทางไกล จะส่งผลดีต่อหน้าที่การงาน แต่ ควรระวังภัยจากการปล้นชิงวิ่งราว ชาวขาลจำนวนไม่น้อยอาจรู้สึกโดดเดี่ยวเอกา ถึงขั้นซึมเศร้า ส่วนคนเกิดปีขาลที่กำลังมีความรัก อนาคตสดใสแน่ มีแววได้วิวาห์

ไหว้เจ้า : ควรไหว้ไท้เอี้ยงกับไท้อิม ที่วัดเล่งเน่ยยี่ อธิษฐานให้พบความสำเร็จรุ่งเรือง ของมงคล : จัดตั้งรูปนกเป็ดน้ำคู่หนึ่ง หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นทิศดอกท้อของปีนี้ เพื่อให้ได้สมรัก

เลขนำโชค : 5 และ 7.

เถาะ

ชะตาชีวิต : แม้จะผ่านปีที่ให้โทษกับชาวเถาะมาแล้ว แต่ทุกอย่างยังไม่พลิกฟื้นดังใจหวัง มีเหตุบ่งบอกว่า อาจต้องไว้ทุกข์ ให้ระวังสุขภาพของญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ส่วนหน้าที่การงานยังขาดแรงสนับสนุน ต้องอาศัยแรงใจเท่านั้น ปีนี้ไม่ควรไปเยี่ยมไข้ที่โรงพยาบาล หรือร่วมงานศพ เพราะมีเกณฑ์ปัญหาสุขภาพ เรื่องความรัก ก็ไม่ดีเลย อาจมีเหตุวิวาทใหญ่โตเพราะทิฐิ

ไหว้เจ้า : ควรไหว้พระประธานในอุโบสถวัดเล่งเน่ยยี่ ขอพระประธานทั้งสามองค์ คุ้มครองให้พบแต่ความร่มเย็นเป็นสุข อีกอย่างควรบริจาคโลงศพแก่มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง เพื่อช่วยผ่อนหนักให้ เป็นเบา

ของมงคล : จัดตั้งรูปเทพเจ้าไช่ซิ้งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หันหาทิศใต้

เลขนำโชค : 6 และ 3.

มะโรง

ชะตาชีวิต : ปีก่อนเพิ่งจะเฮง แต่เข้าปีฉลู ถือว่าล่วงเกินเทพเจ้าประจำปี แม้จะไม่รุนแรงเท่าปีฉลูกับปีมะแม ปีนี้จะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง อาจเกิดคดีความ ด้านหน้าที่การงาน ผู้หญิงปีมะโรงจะโดดเด่นกว่าผู้ชายปีมะโรง มีโอกาสได้แสดงฝีมือ ห่วงก็แต่ทำงานหนัก จนเกิดโรคเครียดลงกระเพาะ สุขภาพของญาติผู้ใหญ่ในบ้าน น่าเป็นห่วง เตือนคนที่แต่งงานแล้ว ไม่ควรหวั่นไหวกับเพศตรงข้าม

ไหว้เจ้า : ควรฝากชะตาที่วัดเล่งเน่ยยี่ ก่อนออกจากวัดให้แวะตึกด้านข้าง เข้าไปไหว้ ไท้อิม หรือดาวพระจันทร์ เพื่อขอให้คุ้มครอง

ของมงคล : จัดตั้งรูปไก่ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มะโรงเป็นคู่มิตรกับระกา จะช่วยปกป้องจากสิ่งชั่วร้าย

เลขนำโชค : 4 และ 1.

มะเส็ง

ชะตาชีวิต : ดวงดีขึ้นกว่าปีก่อนเยอะ กิจการงานจะรุดหน้า มีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ ถ้าทำงานในองค์กรใหญ่จะได้ รับมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มขึ้น ระวังเด่นจะเป็นภัย ทำให้ถูกแทงข้างหลัง และอาจมีเรื่องขัดแย้งรุนแรงต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ส่วนเรื่องความรักลืมไปได้เลย เพราะดวง ยังไม่มา

ไหว้เจ้า : ควรไปยังศาลเจ้าเล่าปุ่นเถ้ากง หน้าโรงเรียนเผยอิง บนถนนทรงวาด ไปไหว้ปุ่นเถ้ากง หรือพระภูมิเจ้าที่ เพื่อให้ทำมาค้าขึ้น

ของมงคล : ปีนี้คนปีมะเส็งมีโชคลาภเข้ามาน่าพอใจ ควรจัดตั้งรูปง่วนป้อ หันทางทิศใต้ ช่วยเสริมโชคลาภ

เลขนำโชค : 2 และ 5.

มะเมีย

ชะตาชีวิต : ปีฉลูเป็นศัตรูกับคนปีมะเมีย จึงต้องระวังตัวให้มาก มีดวงสูญเสียของรัก และอาจผิดหวังในเรื่องความรัก เป็นปีที่ไม่มี โชคลาภเอาซะเลย ระวังมีศัตรูคอยจ้อง เล่นงานลับหลัง ยังดีที่ได้รับความเมตตา จากผู้หลักผู้ใหญ่อยู่บ้าง ทำให้การงานพอผ่านไปได้

ไหว้เจ้า : ควรไหว้เทพเจ้าไช่ซิ้งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ขอให้ประทานโชคลาภ

ของมงคล : จัดตั้งรูปฮกลกซิ่วตรงกลางบ้าน เพราะทิศตรงกลางในปีนี้เป็นทิศดี เพื่อขอให้โชคลาภเข้าบ้าน เลข

นำโชค : 3 และ 5.

มะแม

ชะตาชีวิต : ปีฉลูให้ร้ายต่อคนปีมะแม เป็นปีที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง อาจเกิดความขัดแย้งระหว่าง ญาติพี่น้อง หรือช่วงชิงอิจฉากันในหมู่เพื่อนร่วมงาน เป็นปีที่ต้องทำใจ เพราะขยับทำอะไร มีแต่อุปสรรครออยู่ ยังเป็นปีแห่งการสูญเสียใหญ่ ไม่เหมาะแก่การลงทุน หรือเสี่ยงโชค ยึดคตินิ่งสงบไม่เจ็บตัว ระวังเรื่องสุขภาพ ร่างกาย และวัตถุมีคม แต่ถ้าชาวมะแมจัดงานมงคลในบ้าน อาจช่วยขจัดปัดเป่าเรื่องร้ายๆให้ทุเลาลง

ไหว้เจ้า : ควรไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย และฝากชะตา ที่วัดเล่งเน่ยยี่ จากนั้นเลยไปบริจาคโลงศพ ทำบุญสะเดาะเคราะห์กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ของมงคล : เป็นปีปะทะชนกับคนปีมะแม ควรตั้งรูปปี˜เซี้ยเพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดี โดยหันไปทางทิศใต้

เลขนำโชค : 9 และ 1.

วอก

ชะตาชีวิต : ปีนี้เป็นปีทองของชาววอกอย่างแท้จริง มีผลงานโดดเด่นด้านการงาน จะได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย เป็นปีที่มีทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินทอง สิ่งที่ควรระวังคือ ควรไตร่ตรองทุกอย่างด้วยความรอบคอบ เพราะมีเกณฑ์ล้มเหลวฉับพลันจากที่ดีๆอยู่อาจกลับกลายเป็นร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว เรื่องรักๆก็รุ่งดี มีสิทธิได้วิวาห์สมใจนึก

ไหว้เจ้า : ควรไหว้จี่มุ้ยแชกุน จัดตั้งอยู่หน้าพระประธานของวัดเล่งเน่ยยี่ ขอให้นำความสำเร็จรุ่งเรืองสู่ชีวิต พร้อมกันนี้ยังควรสักการะเจ้าพ่อเห้งเจีย ที่ศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย ขอให้โชคดีตลอดปี

ของมงคล : จัดตั้งรูปกิเลน หันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อนำสิ่งมงคลสู่ชีวิต

เลขนำโชค : 2 และ 8.

ระกา

ชะตาชีวิต : ปีนี้เป็นปีดีสำหรับคนเกิดปีระกา ที่รับราชการ มีเกณฑ์เจริญก้าวหน้า เช่นเดียวกับผู้บริหารองค์กร ก็สามารถนำบริษัทไปสู่ความสำเร็จ แต่พึงหลีกเลี่ยงการเดินทางทางน้ำ เพราะมีดวงเกิดอุบัติเหตุ และอาจได้รับบาดเจ็บจากคมมีด หรือคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย ความรักปีนี้ไม่ค่อยสดใส

ไหว้เจ้า : ควรไหว้บุ้นเชียงตี่กุน จัดตั้งอยู่ที่วัดเล่งเน่ยยี่ และไหว้เจ้าพ่อกวนอู ที่ศาลเจ้ากวนอู ในซอยอิสรานุภาพ ขอให้พบกับความสำเร็จ

ของมงคล : จัดตั้งเจดีย์บุ้นเชียงถะ หันหาทิศใต้

เลขนำโชค : 1 และ 5.

จอ

ชะตาชีวิต : ปีนี้คนเกิดปีจอ ยังคงล่วงเกิดเทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย ทำอะไรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ มีเกณฑ์ เปลี่ยนแปลงหน้าที่การงาน หรือที่อยู่อาศัย อาจเกิดการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพี่น้อง และสมาชิกในครอบครัว อาจมีเหตุให้ต้องไว้ทุกข์ ต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่สุขภาพของญาติผู้ใหญ่ในบ้าน

ไหว้เจ้า : ควรไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย และฝากชะตากับวัดเล่งเน่ยยี่ พร้อมบริจาคโลงศพ สะเดาะเคราะห์กับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ของมงคล : จัดตั้งรูปคางคกคาบเหรียญ หันหาทิศใต้ คางคกมีพลังพิเศษ ช่วยปรับชะตาโชคลาภ

เลขนำโชค : 9 และ 7.

กุน

ชะตาชีวิต : ปีนี้มีเกณฑ์ชีพจรลงเท้า ทำธุรกิจท่องเที่ยว หรือการขนส่ง ที่ต้องขับเคลื่อนไม่อยู่นิ่ง จะให้ผลดี จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องงาน ทำให้ต้องรับผิดชอบสูงขึ้น มีความกดดันมากขึ้น แต่ถ้าได้ เดินทางต่างประเทศ จะช่วยเสริมดวงชะตา เป็นปีที่ต้องยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเอง ระวังอาจต้องสูญเสียญาติผู้ใหญ่ เป็นเหตุให้เศร้าโศก ทางที่ดีปีนี้ไม่ควรไปเยี่ยมคนไข้ หรือไปงานศพ

ไหว้เจ้า : มีเกณฑ์ต้องเดินทางไกล ควรไหว้ทีกง หรือเทพสวรรค์ ซึ่งเป็นเสาสูงอยู่ในศาลเจ้าปู่ไต้ฮงกง เยื้องสถานีตำรวจพลับพลาไชย ขอให้โชคดีตลอดปี นอกจากนี้ยังควรไหว้เจ้าแม่กวนอิม ขอให้เมตตาคุ้มครองชีวิต

ของมงคล : จัดตั้งรูปม้า หันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยยามเดินทางไกล

เลขนำโชค : 7 และ 2.

ข้อมูล จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ข่าวสังคม-สตรี
                3 มกราคม 2552