พระสังกัจจายน์

posted on 20 Mar 2009 13:03 by mongkolcenter
รหัสสินค้า 9671
รหัสสินค้า 9670
ความยาวรวมฐาน 22 ซม. ความสูง 15 ซม
รหัสสินค้า 9654
ขนาดกว้าง 6.5 ซม. สูง 7 ซม.
รหัสสินค้า 9653
ขนาดกว้าง 12 ซม. สูง 17 ซม.
 
รหัสสินค้า 9652
รหัสสินค้า 9804
ขนาดต่อชิ้น กว้าง 6.5 สูง 10 ซม.
รหัส 9620
ขนาดสูง 17 ซม.
 
รหัสสินค้า 9138
ขนาดประมาณ กว้าง 11 ซม. สูง 12 ซม.

ประวัติเทพเจ้ากวนอู

posted on 19 Mar 2009 15:09 by mongkolcenter in 1
ประวัติเทพเจ้ากวนอู

ประวัติเทพเจ้ากวนอู

กวนอู (Guan Yu, ??, พินอิน:Gu?n Y?) มีชื่อรองว่า หยุนฉาง (ค.ศ. 160 - ค.ศ. 219) น้องร่วมสาบานคนรองของเล่าปี่ และเตียวหุย หน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก จักษุเรียวงามคล้ายนกการเวก คิ้วโก่งดั่งตัวหนอนไหม หนวดเคราสีดำงามยาวละเอียด มีง้าวมังกรเขียวยาว 8 ศอก หนัก 82 ชั่งจีน เป็นอาวุธคู่กาย ร่วมต่อสู้กับเล่าปี่ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสู้ด้วยความจงรักภักดี คุณธรรม และความกล้าหาญ ถึงจะพ่ายแพ้ศึก และยอมเป็นข้ารับใช้โจโฉ แต่ใจก็ยังคงภักดีต่อเล่าปี่เพียงผู้เดียว สร้างชื่อเสียงลือไกล ด้วยการสังหาร ฮัวหยงแม่ทัพของตั๋งโต๊ะ โดยที่สุรายังอุ่น ๆ อยู่ เอาชนะงันเหลียง และบุนทิว 2 แม่ทัพของอ้วนเสี้ยว ฝ่า 5 ด่าน สังหาร 6 แม่ทัพของโจโฉ และยังครองใจผู้คน ไม่ว่าเลียวฮัว และจิวฉอง รวมถึงเตียวเลี้ยวแม่ทัพของโจโฉ และฮองตง ที่แม้เคยเป็นศัตรู แต่ก็ครองใจได้ ขี่ม้าเซ็กเธาว์อาชาชั้นยอดของลิโป้ ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋ว อยู่ร่วมกับ กวนเป๋งบุตรบุญธรรม กับจิวฉอง ภายหลังถูก แผนกลยุทธ์ของลกซุน และลิบองฆ่าตาย แต่ถึงจะตายไป ก็ยังทำให้ลิบองตายตามไปด้วย หลังจากตายไป ได้ถูกยกย่องว่า เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ ชึ่งภาษาจีนกลางเรียก กวนอี่ว์

                                  

กวนอู มีร่างกายกำยำ สูง 6 ศอก หนวดยาว 1 ศอก หน้าแดงก่ำ มีอาวุธคือง้าวมังกรเขียวหนัก 82 ชั่ง แต่เดิมเป็นคนขายถั่วชาวไกเหลียง ไม่มีที่อยู่แน่ชัดเนื่องจากเร่ร่อนไปเรื่อย ๆ ต่อมาพบกับเศรษฐีคนหนึ่งรังแกชาวบ้านจึงฆ่าเศรษฐีคนนั้นตาย ชาวเมืองไกเหลียงจึงยกย่องกวนอู แต่ทางการกลับประกาศจับกวนอู จนกวนอูต้องหลบหนีออกจากเมืองไกเหลียง ระหว่างผ่านด่านนอกเมืองได้ไปล้างหน้า เทพเจ้าได้ดลบันดาลให้หน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง จนนายด่านจำไม่ได้ จึงผ่านออกมาได้ จนได้มาพบเล่าปี่และเตียวหุยที่ตุ้นก้วน ทั้งสามจึงสาบานเป็นพี่น้องกัน ต่อมากวนอูได้ร่วมรบกับเล่าปี่ปราบโจรโพกผ้าเหลืองจนราบคาบ แต่เล่าปี่กลับได้เป็นแค่นายอำเภออันห้อก้วน ส่วนน้องทั้งสองก็ไม่ได้รับตำแหน่งใด ๆ ยังเป็นเพียงคนสนิทของเล่าปี่เหมือนเดิม ต่อมามีเจ้าเมืองชื่อต๊กอิ้วมาตรวจราชการอำเภออันห้อก้วน เล่าปี่ไม่มีสินบนให้จึงถูกต๊กอิ้วเขียนฎีกาถวายฮ้องเต้ว่าเล่าปี่กบฏ เตียวหุยโกรธจัดจึงเฆี่ยนต๊กอิ้ว เล่าปี่เห็นท่าไม่ดีจึงหนีออกมาพร้อมกับน้องทั้งสอง ต่อมาทั้งสามก็ได้ระหกระเหินเร่ร่อน กวนอูนั้นก็สร้างวีรกรรมมากมายทั้งการบุกเดี่ยวหนีออกมาจากโจโฉมาหาเล่าปี่ทั้ง ๆ ที่โจโฉพยายามทำทุกวิถีทางที่จะมัดใจกวนอู แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ฆ่าฮัวหยง งันเหลียง บุนทิวในเพลงเดียว ไว้ชีวิตโจโฉหลังแพ้ศึกเซ็กเพ็กทั้ง ๆ ที่ได้ทำทัณฑ์บนไว้กับขงเบ้งว่าถ้าปล่อยให้โจโฉรอดไปจะต้องถูกประหาร บุกเดี่ยวข้ามฟากไปยังกังตั๋งเพื่อกินเลี้ยงตามแผนของโลซก แต่ผ่ายโลซกไม่อาจทำอะไรได้ เป็นต้น

จนเมื่อเล่าปี่ได้ครองเสฉวน เล่าปี่จึงแต่งตั้งให้กวนอูเป็น 1 ใน ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก และได้ครองเมืองเกงจิ๋ว ต่อมาซุนกวนจับมือกับโจโฉบุกเกงจิ๋ว กวนอูถูกลิบองแม่ทัพแห่งง่อก๊กจับตัวไป กวนอูไม่ยอมสวามิภักดิ์ จึงถูกซุนกวนสั่งประหารพร้อมกับกวนเป๋งบุตรบุณธรรม ต่อมากวนอูจึงถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์ มีผู้คนนับถือมากมายจนถึงปัจจุบัน

ภายหลังจากที่กวนอูตายไปแล้ว ซุนกวนได้ส่งศีรษะกวนอูไปให้โจโฉ เพื่อป้ายความผิดไปยังโจโฉ โจโฉเมื่อเปิดหีบดูศีรษะของกวนอูแล้ว พูดอย่างเยาะเย้ยว่า "กวนอู ท่านสบายดีหรือ ตอนท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านไม่เคยมาหาข้าพเจ้า แม้ข้าพเจ้าจะรั้งตัวท่านไว้ ท่านก็ไม่ยอมอยู่ แต่บัดนี้ท่านตายแล้วกลับมาหาข้าพเจ้า" พลันหัวของกวนอูก็ลืมตาขึ้น โจโฉตกใจมาก ระล่ำระลักว่า กวนอูนี้ศักดิ์สิทธิ์นัก จึงให้ตั้งศาลบูชาเซ่นสรวงกวนอูที่นอกเมืองลกเอี๋ยง และหลังจากนั้นโจโฉก็มักปวดศีรษะและเห็นภาพหลอนอยู่บ่อย ๆ ก่อนที่จะเสียชีวิตไม่นาน

ซึ่งก่อนหน้านั้น ลิบองผู้ที่สามารถจับตัวกวนอูได้ ในงานเลี้ยงที่ฉลองชัยชนะที่มีต่อกวนอู จู่ ๆ ลิบองก็ลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าซุนกวนด้วยเสียงอันดังที่ผิดแผกออกไปจากเสียงปกติ แล้วจึงล้มลงสิ้นชีวิตทันที ซุนกวนถึงกับกลัวลนลาน ทั้งหมดนี้เชื่อว่า เป็นเพราะอิทธิฤทธิ์ดวงวิญญาณของกวนอู

 

อ้างอิงข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org

ตำนานแปดเซียน

posted on 19 Mar 2009 15:09 by mongkolcenter in 1

ตำนานแปดเซียน

โป๊ยเซียน

เซียนแต่ละองค์ในบรรดา 8 องค์นี้ มีประวัติที่มา และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แตกต่างกันไป ในปัจจุบันทั้งชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ยังนิยมนับถือบูชาโป๊ยเซียนอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากเทพเจ้าทั้งสามในกลุ่มฮกลกซิ่วแล้ว


1 ทิก๋วยลี้
2 ฮั่นจงหลี
3 ลือต้งปิง
4 เหอเซียนกู
5 จางกั๋วเหล่า
6 หลันไฉ่เหอ
7 หันเซียงจื่อ
8 เชาก๊กกู๋ 
                                    


ทิก๋วยลี้
ทิก๋วยลี้ เดิมแซ่ หลี่ ชื่อ เหียน เกิดยุคชุนชิว เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ สติปัญญาเฉลียวฉลาด หน้าตาดี ไม่ชอบทำมาหากินหรือมีครอบครัวเหมือนชาวบ้าน ชอบทางบำเพ็ญตบะถือศีลกินเจ เห็นว่า อำนาจวาสนา ลาภยศสรรเสริญ สมบัติพัสถาน ล้วนเป็นภาพมายา ดุจเมฆหมอกลอยกลางอากาศ ไม่นานก็จางหายไป เมื่อหลี่เหียนพิจารณาเห็นสัจธรรมเช่นนี้ จึงตัดสินใจสละทางโลก อำลาญาติมิตรไปบำเพ็ญพรตอยู่ในถ้ำ จนสามารถถอดกายทิพย์และจิตวิญญาณออกจากร่าง

วันหนึ่งมีนัดต้องไปเข้าเฝ้า ลีเลากุน ผู้เป็นอาจารย์ที่เขาหัวซัน จึงฝากลูกศิษย์ให้ดูแลร่าง จะไปแต่กายทิพย์ ส่วนร่างทิ้งไว้ที่นี่ ถ้าเกิน 7 วันเรายังไม่กลับ ให้เผาร่างได้เลย เมื่อท่านถอดจิตไปแล้ว มารดาผู้เป็นศิษย์ป่วยหนัก คนทางบ้านมาส่งข่าวให้รีบกลับ ศิษย์ไม่อาจทนอยู่เฝ้าร่างได้ จึงนำร่างไปเผาในวันที่ 6 ท่านกลับมาในวันที่ 7 ไม่พบลูกศิษย์ ไม่เห็นร่างของตน ก็เข้าใจ แต่ไม่เคืองไม่แยแสกระไร ไปเข้าร่างขอทานขาพิการที่เพิ่งเสียชีวิต ร่างใหม่ของท่านจึงขาพิการข้างหนึ่ง ดังในรูปทุกวันนี้ เวลาเดินใช้ไม้เท้าเหล็กค้ำ คนจึงเรียกว่า ทิก๋วยลี้


 ฮั่นจงหลี
ฮั่นจงหลี เดิมแซ่ จงหลี ชื่อ ฉวน มีชีวิตในสมัยฮั่น เลยเรียกกันว่า ฮั่นจงหลี เป็นบุตรของแม่ทัพ จงหลีจาง วันที่เกิด มีแสงสว่างจ้าไปทั้งจวนแม่ทัพ ผู้คนตกใจคิดว่าไฟไหม้วิ่งไปยังจวนจะดับไฟ พอไปถึงไม่เห็นมีอะไร มีแต่ฮูหยิน ภรรยาแม่ทัพคลอดบุตรเป็นชาย มีลักษณะดีผิดแผกเด็กทั่วไป เมื่อโตขึ้นได้ไต่เต้าเป็นแม่ทัพ คราวหนึ่ง นำทัพไปปราบกบฏคนฮวน เกิดพ่ายศึกยับเยิน ตัวเขาหนีรอดคนเดียวเข้าไปในหุบเขา ได้พบกับนักพรตชรา ว่ากันว่าคือ ทิก้วยลี ได้รับถ่ายทอดเคล็ดบำเพ็ญธรรมต่อมาได้บำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นเซียน


 ลือต้งปิง
ลื่อต้งปิง หรีอ ลื่อโจ้ว เกิดวันที่ 14 เดือนสี่ สมัยราชวงศ์ถัง เป็นคนเฉลียวฉลาดแต่เด็ก เคยไปสอบจิ้นซื่อสองครั้ง แต่ตก อายุ 64 ท่องเที่ยวพเนจรทั่ว ระหว่างพักโรงเตี๊ยมเมือง หันเอ้อ ได้พบกับอาจารย์ ฮั่นจงหลี ทั้งสองสนทนาเรื่องธรรมะถูกอัธยาศัย ลื่อต้งปิงถ